Make your own free website on Tripod.com
ข่าว
วิสัยทัศน์
ประวัติ โรงเรียน
สหกรณ์โรงเรียน
บรรยากาศกีฬาสี





     
 

เป้าหมายชีวิตคืออิบาดะห์

ความเข้าใจที่ต้องปรับอิบาดะห์เป็นเป้าหมายชีวิตของผู้ที่สำนึกตน อัลลอฮสร้างมนุษย์ขึ้นมาก็เพื่อให้อิบาดะห์พระองค์ เพื่อจะได้มีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า มีผู้เข้าใจผิดในเรื่องของอิบาดะห์อีกมากเพราะคิดว่า อิบาดะห์คือการละหมาด ถือศีลอด จ่ายซะกาต และไปทำฮัจย์ เท่านั้น

อิบาดะห์ คือ การจงรักภักดี ปฏิบัติตาม นอบน้อม ยอมมอบตนและเป็นทาส อิบาดะห์เป็นสุดยอดของการภักดี โดยไม่กระทำต่อสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ ซ.บ. เพราะพระองค์คือผู้ทรงประทานการมีชีวิต ความเข้าใจ การได้ยิน การมองเห็น และอีกมากมาย อิบาดะห์เป็นการยอมสยบ ยอมจำนวนถึงสุดยอดส่วนลึกแห่งห้วงหัวใจ ต่อความยิ่งใหญ่ของผู้ที่เขาได้อิบาดะห์ โดยไม่ทราบต้นตอ และเชื่อมั่นว่ามีอำนาจหนึ่งยากที่เขาจะหยั่งถึง เหนือและเกินกว่าสติปัญญาเขาจะคิดได้

ระดับของอิบาดะห์

อัลลอฮในทัศนะของผู้ทำการอิบาดะห์นั้นสูงส่งและทรงเกียรติกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ดังที่อัล-กุรอาน ซูเราะห์ อัต-เตาบะห์ อายะห์ที่ 24 กล่าวว่า

“จงกล่าวเถิด ถ้าพ่อๆของสูเจ้า และลูกๆของสูเจ้า และเครือญาติ คู่ครอง ญาติๆ ของเจ้าและสมบัติที่สูเจ้าหามันได้ การค้าที่สูเจ้ากลัวการซบเซา เคหาสน์ที่สูเจ้าพอใจ เป็นที่รักของเจ้ายิ่งกว่าอัลลอฮและรอซู้ลของพระองค์ และการญิฮาดดิ้นรนต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮแล้ว ดังนั้น จงคอยเถิดจนกว่าอัลลอฮจะทรงนำมาด้วยพระบัญชา(การตัดสินหรือลงโทษ)ของพระองค์“

อิบาดะห์ที่อัลลอฮทรงกำหนดนั้นต้องเพียบพร้อมด้วยสิ่งสำคัญ 2 ประการ คือ

การปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งใช้หรือห้าม สิ่งหะล้าลหรือหะรอม นี่คือลักษณะของการมอบตนและการภักดีต่ออัลลอฮ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ไม่อาจถือว่าเป็นบ่าวหรือเป็นคนที่ทำอิบาดะห์ แม้เขาจะยอมรับว่าอัลลอฮเป็นพระเจ้า
การผูกพันตนเอง ในสิ่งที่อัลลอฮใช้ให้ปฏิบัติ ด้วยหัวใจที่รักอัลลอฮเท่านั้น นึกถึงความเมตตา ความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเราทั้งกายและใจ ยิ่งเขารู้จักอัลลอฮมากเท่าใดก็จะยิ่งรักอัลลอฮมากขึ้นเท่านั้น ท่านนบีมุฮัมมัดรักอัลลอฮมากที่สุด ท่านจึงสุขสงบเมื่อเวลาละหมาด และวอนขออยู่ตลอดเวลาที่จะพบอัลลอฮ
อิบาดะห์ต้องรักในอัลลอฮ

อัลลอฮไม่ทรงรักผู้ใด เว้นแต่คนที่ปฏิบัติตามคำสอนที่รอซู้ลของพระองค์สอนและชี้ทางให้ อัล-กุรอาน ซูเราะห์ อาลิ-อิมรอน อายะห์ที่ 30 กล่าวว่า

“จงกล่าวเถิด ถ้าพวกท่านรักอัลลอฮ ดังนั้น จงปฏิบัติตามฉัน-มุฮัมมัด แล้วอัลลอฮจะทรงรักพวกท่าน”

การปฏิบัติตามนบีมุฮัมมัด ซ.ล.ไม่มีทางเกิดขึ้น นอกจากคนที่มอบตนเป็นบ่าวต่ออัลลอฮเท่านั้น อิบนุตัยมียะห์ได้กล่าวว่า อัลลอฮ ซ.บ. ได้กำหนดให้การญิฮาดในแนวทางของอัลลอฮเป็นรากฐานของความรักในอัลลอฮและรอซู้ลของพระองค์

การญิฮาด เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรักอันแท้จริงต่อคำสั่งของอัลลอฮ และเกลียดชังในสิ่งที่ทรงบัญชาห้าม การญิฮาดนั้น หมายถึงการพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้บทบัญญัติของอัลลอฮ ซ.บ. สูงเด่นและปรากฏเหนือหลักการใดๆ

ใครก็ตามจะไม่มีทางเป็นบ่าวและเป็นที่รักของอัลลอฮ นอกจากเขาจะดำรงตนให้อยู่ในสภาพของผู้ที่เกรงกลัวและมีความหวังต่อพระองค์เป็นจุดหมาย

การงาน(อะมั้ล) ที่มิได้มุ่งสู่อัลลอฮ นั้นก็เป็นของปลอม อัลลอฮจะไม่ทรงรับ โลกนี้และสรรพสิ่งจะถูกสาปแช่ง นอกจากสิ่งที่กระทำลงไปเพื่ออัลลอฮ ซ.บ. นั่นคือการปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ การงานทุกอย่างต้องทำไปเพื่อพระองค์เท่านั้น

ท่านนบีมุฮัมมัดซ.ล.กล่าวว่า ความผูกพันทางศรัทธา-อีมานที่เข้มแข็งที่สุดคือการรักแนวทางของอัลลอฮและโกรธในแนวทางของพระองค์ คนเช่นนี้จะยอมรับอัลลอฮไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาชอบหรือเกลียดก็ตาม

ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่ออิสลามมักจะสร้างภาพการทำอิบาดะห์ของมุสลิมว่า เกิดจากความเกรงกลัวยอมจำนนโดยไม่มีลักษณะการรักต่ออัลลอฮ ทำให้คิดไปว่าพระเจ้าในอิสลามเป็นภาพของความหวาดกลัว หรือพลังอันดุร้ายปราศจากความเมตตาปรานี

เมื่อเรารักอัลลอฮแล้ว ในฐานะบ่าวย่อมต้องพร้อมรับกับสถานการณ์ทุกอย่างโดยไม่หลบเลี่ยง ไม่ว่าจะต้องประสบความยากจน ขัดสน หรือการทดสอบที่จะมีมา เพราะถึงอย่างไรจิตใจเขาก็ไม่หวาดหวั่นใดๆ เนื่องจากเขามีอัลลอฮอยู่ใกล้ชิดที่สุด

ขอบเขตของอิบาดะห์

อิบาดะห์ในความหมายแก่นแท้ของอิสลามนั้นครอบคลุมทุกคำสอน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ จะภายในจิตใจหรือภายนอก เช่น ละหมาด ซะกาต ถือศีลอด ทำฮัจญ์ ไม่โกหกตอแหล มีอะมานะห์ เคารพพ่อแม่ มีมนุษยสัมพันธ์ ปฏิบัติตามสัญญา ชักชวนให้ทำดี และห้ามปรามการชั่ว ทำดีต่อเพื่อนบ้าน เห็นใจเด็กกำพร้า คนยากจน สงสารผู้ป่วยหรือสัตว์เลี้ยง ขอดุอาอ์ ซิกรุ้ลลอฮ อ่านอัลกุรอาน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ อิบาดะห์

อิบาดะห์คลุมทั้งฟัรดู(การงานที่บังคับในศาสนา) และสุนัต(ส่งเสริมให้กระทำ) ทุกสิ่งทุกอย่างที่บัญญัติให้กับมนุษย์ ถือว่าเป็นอิบาดะห์ เพราะอิสลามหมายถึงการยอมจำนนต่ออัลลอฮ

ดังนั้นกิริยามารยาท การกิน เข้าห้องน้ำ การปกครอง การคลัง ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หรือประเทศ บทลงโทษผู้กระทำผิด ยามสงบหรือมีศึก ก็จะอยู่ในข่ายของอิบาดะห์ด้วย ทั้งนี้เพราะเป็นข้อกำหนดให้ผู้มีอีมานปฏิบัติโดยอัลลอฮ ซ.บ.

อิบาดะห์คือความสมบูรณ์แบบในชีวิต

มีหลายคนเข้าใจว่าเมื่อเขาละหมาด ถือศีลอด ไปทำฮัจย์ อ่านอัลกุรอาน ซิกรุ้ลลอฮ ดุอาอ์และขออภัยโทษแล้วก็เท่ากับเขาได้ทำอิบาดะห์อย่างครบถ้วน ซึ่งมิใช่เช่นนั้น ที่กล่าวมาข้างต้น คือ อิบาดะห์พื้นฐานอันสำคัญและสูงส่งของการเป็นมุสลิม แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ มนุษย์นั้นต้องอยู่บนโลกนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อการอิบาดะห์ต่อพระองค์ อันเป็นขอบเขตที่กว้างขวางครอบคลุมทุกด้านของชีวิต

การพูดจา การกระทำของเขาต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติข้อห้ามข้อใช้ของอัลลอฮ มุอ์มินนั้นจะเป็นอิสระไม่ตกเป็นทาสตนเองและสิ่งถูกสร้าง เขาจะเป็นทาสและก้มกราบเพียงเฉพาะอัลลอฮ ซ.บ. พระองค์เดียวเท่านั้น

มุอ์มิน(ผู้ศรัทธา)ไม่ล่องลอย หรือกระทำสิ่งใดอันเป็นการสนองอารมณ์ใฝ่ต่ำ เขาจะรักษาสัญญาที่มีต่ออัลลอฮ อัลกุรอาน ซูเราะห์อัล-อะห์ซาบ อายะห์ที่ 36 กล่าวว่า

“และไม่เหมาะสมสำหรับชายผู้ศรัทธาหรือหญิงผู้ศรัทธาคนใด เมื่ออัลลอฮและรอซู้ลของพระองค์ได้กำหนดกิจการใดแล้ว ที่จะมาเกี่ยงในกิจการของพวกเขา และผู้ใดละเมิด(บทบัญญัติของ) อัลลอฮและรอซู้ลของพระองค์ ดังนั้นแน่นอนเขาได้ลงไปในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง”

จะไม่ถือว่าเขาได้อิบาดะห์ต่ออัลลอฮ สำหรับคนที่เพียงกล่าวว่าฉันละหมาด ถือศีลอด ทำฮัจญ์ แล้วฉันมีอิสระที่จะกินหมู ดื่มเหล้า เอาดอกเบี้ย และปฏิเสธบทบัญญัติของอิสลามที่ตนเองไม่ชอบ เลือกใช้ชีวิตที่มิได้มาจากชารีอะห์ของอิสลาม

แม้จะปฏิบัติภารกิจที่เป็นวาญิบครบถ้วน แต่ตนเองและครอบครัวไม่เคารพ ไม่ปฏิบัติตามมารยาทจริยธรรมอิสลาม เช่น ชายสวมใส่ผ้าไหม ประดับกายด้วยทองคำ แสดงท่าทางเหมือนหญิง หรือหญิงที่เปิดเผยสรีระ-ส่วนสัด เหล่านี้ไม่ถือว่าเขาทำอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ

ยังไม่ถือว่าได้อิบาดะห์ต่ออัลลอฮ สำหรับคนที่คิดว่าอิบาดะห์ของเขาอยู่ในบริเวณมัสยิด เมื่อเขาออกจากที่นั่นเขาสามารถใช้ชีวิตตามอารมณ์เป็นใหญ่ เท่ากับว่าเขาได้มอบชีวิตของตนเองให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ ซ.บ.

อัลลอฮคือผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง พระองค์เท่านั้นเป็นผู้กำหนดชารีอะห์แก่สิ่งถูกสร้าง ผู้ทรงสิทธิในการกำหนดหะล้าลและหะรอม พระองค์คือผู้คุ้มครองเหนือมนุษย์

กิจกรรมที่เป็นประโยชน์คืออิบาดะห์

การงานทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลและสังคม ถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะเข้าสู่ความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ ย่อมเป็นอิบาดะห์ที่ดีที่สุดในทัศนะของอิสลาม หากผู้กระทำมีจุดมุ่งหมายที่ดี บริสุทธิ์ใจและมีความซื่อตรง ไม่แสวงหาชื่อเสียงจากคนอื่น

อิบาดะห์ในความหมายนี้จึงเป็นไปได้มากมาย เช่น

การบรรเทาทุกข์ให้ผู้เดือดร้อน *บริจาคช่วยเหลือผู้ตกยาก
ปกป้องคนที่ถูกกดขี่ *ชักชวนคนที่หลงนอกทางอิสลาม
ช่วยคนหกล้ม *ช่วยคนที่มีหนี้สิน
ช่วยคนจนที่มีลูกมาก *สอนคนที่ไม่รู้หนังสือ
ให้ที่พักคนเดินทาง*ป้องกันอุบัติเหตุ
ทำประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต
ล้วนเป็นการสร้างความใกล้ชิดต่ออัลลอฮโดยมีข้อแม้ว่าจะต้องบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์ และมีเจตนาที่ดี ไม่มีสิ่งอื่นแอบแฝง ยังมีการกระทำอีกมากมายที่สามารถเพิ่มสะสมสินทรัพย์ให้กับบัญชีแห่งอิบาดะห์ของเราได้ในชีวิตประจำวัน

ดังนั้นพึงกระทำสิ่งที่มีประโยชน์ในทางศาสนาและมีค่าในทัศนะของอัลลอฮ แม้ว่าสิ่งที่ทำมันจะดูเล็กน้อยในสายตของคนทั่วไปและโดยความรู้สึกของตัวท่านเองก็ตาม

ท่านนบีมุฮัมมัด ซ.ล.กล่าวว่า ”ท่านต้องการไหมถ้าฉันจะบอกถึงอะมั้ลที่ประเสริฐกว่าการถือศีลอด ละหมาด และซอดะเกาะห์ บรรดาซอฮาบะห์ตอบรับ ท่านจึงบอกว่า นั่นคือความพยายามที่จะแก้ไขความสัมพันธ์ของสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน ทั้งนี้เพราะผลเสียของความแตกแยกนั้นคือมีดโกน (แห่งศาสนาที่ทำลายวิญญาณแห่งความเป็นพี่น้องมุสลิม)”

นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นอิบาดะห์ ซึ่งมีส่วนทำให้เราได้รับสวนสวรรค์ยังมีอีก เช่น

การไปเยี่ยมคนป่วย
การให้ทานแก่คนที่ขออาหารกิน
นำกิ่งไม้ที่ขวางทางออกไปทิ้ง
อิสลามมิได้เพียงแต่ส่งเสริมและยกย่องการทำความดีเท่านั้น แต่ยังได้ชักชวนใช้ให้ทำโดยถือว่าอะมั้ลดังกล่าวเป็นภารกิจประจำวันอย่างหนึ่งของมุสลิม ในอันที่จะทำให้เขาได้รับสวนสวรรค์เป็นผลตอบแทน ปลอดพ้นจากไฟนรก

อบูซัรเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ซ.ล.บอกว่า ”สิ่งที่สามารถคุ้มครองมนุษย์ให้พ้นจากไฟนรกได้คือ ศรัทธาต่ออัลลอฮ ทำทาน ถ้ายากจนให้ใช้คนอื่นทำดี ห้ามการชั่ว สอนคนที่ไม่รู้ให้ทำงาน ช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย อย่าปล่อยให้ใครไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ท่านกล่าวสรุปว่า ไม่มีมุอ์มินคนใดที่ได้กระทำดีดังกล่าว นอกจากความดีเหล่านั้นจะนำเขาเข้าสรรค์”

มุคต๊าร เลาะวิถี เรียบเรียง

 
     
ติดต่อ webmaster : dee_krabz@hotmail.com          © Khundee Lamsub (ขุนดี หลำสุบ)
ม.4/3
ม.4/2
ม.4/1
ม.3/4
ม.3/3
ม.3/2
ม.3/1
ม.2/4
ม.2/3
ม.2/2
ม.2/1
ม.1/4
ม.1/3
ม.1/2
ม.1/1